
ใครจะไปคิดว่า..
อุบัติเหตุร้ายแรงมันจะเกิดขึ้นกับเราได้ในพริบตา
ไม่เจอจริงๆ..ไม่รู้สึกเลยว่า
ชีวิตคนเรา..เดินอยู่บนเส้นด้ายเส้นนิดเดียว
และที่สำคัญ..
เส้นด้ายชีวิตนี้จะขาดอย่างง่ายดาย
ถ้าเราอยู่ในความประมาท!
ไม่กี่วันมานี้ ก่อนเดินทางไปเที่ยววันแม่กันทั้งครอบครัว
ฉันก็ชวนแม่ไปเอา DVD ที่คอนโด
เพราะจะเอาไปตจว.ที่สุราษฎร์ฯ ด้วย
วันนั้นก็ตะลอนกันทั้งวัน ถึงดึกดื่น
ไม่รู้เป็นไร ง่วงชะมัด
ขับไป ก็พาลจะหลับในเอาหลายที
ต้องหยิกตัวเองบ้าง แหกปากร้องเพลงบ้าง ให้ไม่หลับ
แวะปั๊ม ซื้อน้ำไอซี่กิน แก้ง่วง
ขับไปดูดไป ก็เอามือเอื้อมไปไว้ที่วางข้างคนขับ
ดั๊น วางพลาด ถ้วยหล่นลงพื้นหลัง
แม่ก็โวยวาย ว่า เลอะแล้วๆ เหนียวๆ
พอดีใกล้จะถึงบ้านแล้ว
แม่จะแวะหมู่บ้านข้างๆ เอากางเกงไปให้ช่างเย็บแก้
" เดี๋ยวจอดรถข้างหน้านี้ แล้วรีบลงไปเช็ดน้ำเหนียวๆ เลยนะ"
ฉันขับจอดเอี๊ยด หน้าบ้านช่างเย็บ
แม่ลงปุ๊ป ฉันก็ดันเกียร์ขึ้นไป P ปั๊ป
เปิดประตูออกไปทันที เพราะจะรีบไปเช็ดน้ำข้างหลัง
พอหันหลังให้ประตูที่เปิดค้างเท่านั้นแหละ
ทันใดน้น! ก็เหมือนมีอะไร(ประตูรถ)มากระแทกหลังฉันจนล้มลงไปนอนกับพื้น
ตอนนั้นยังงง ไม่รู้เกิดไรขึ้น
และวินาทีต่อมา ฉันรู้สึกได้ว่า มีอะไรบางอย่างเหมือนล้อมาไต่ทับที่ข้อขาฉัน
ขาฉันถูกกดทับระหว่างล้อและพื้นปูนซีเมนต์
ฉันตะโกนเรียก " แม่" ออกมาโดยไม่รู้ตัว
ช่วงที่ถูกทับ มันค่อยๆ ไต่ขึ้นมา ฉันรู้สึกเจ็บแปล๊บจนชา
ตอนนั้น..ฉันไม่รู้ว่ามันจะทับจบลงที่ตรงไหน
ช่วงนั้น ผ่านไปกี่วินาที หรือนาที จำไม่ได้เลย
มารู้สึกตัวอีกที ตอนแม่ตะโกนว่า "รถไหลๆ"
ฉันได้สติ เงยหน้าขึ้นมามอง
เห็นรถที่ตัวเองขับเปิดประตูอ้าอยู่แล้วค่อยๆ ถอยเฉียงๆ ห่างไประมาณ4 -5 เมตร
อีกไม่กี่เมตร ก็จะถอยชนบ้านคนที่อยู่อีกฝั่ง!
วินาทีนั้น ฉันถึงรู้ว่า เกิดอะไรขึ้น
ฉันใส่เกียร์ผิดนั่นเอง!
จะใส่ P (จอด) ดันเป็น R (ถอย)
ฉันรีบลุกขึ้น วิ่งสุดชีวิต ไปให้ทันรถที่กำลังถอยไปเรื่อยๆ
ฉันกระโดดขึ้นไปในรถได้ แล้วเหยียบเบรคทันที
ตอนนั้น ใจสั่นและขาชาไปหมด
แม่รีบวิ่งตามมาดู ฉันจอดรถ แล้วเปิดไฟดูที่ขา
เพราะแสบๆชาๆ บอกไม่ถูก
พอไฟในรถส่องเห็นแผล น้ำตาแทบร่วง
ข้อเท้าเหวอะ หัวเข่าเหวอะ เลือดไหลโชก
น่อง ข้อศอก เป็นรอยขูดขีด ถลอกไปหมด
ตะโพกซ้ายก็เจ็บ ช้ำม่วงกว้างมาก
ฉันพยายามขับรถกลับบ้าน ทั้งที่ขาไม่มีแรงจะเหยียบเบรค
โชคดีที่ใกล้จะถึงบ้านแล้ว
พอไปถึงบ้าน แม่รีบรียกน้องชายพาฉันไป รพ.
ฉันเล่าให้ป๊าและน้องฟัง เล่าไปก็ร้องไห้ไปอย่างตกใจ
น้องชายก็รีบพาไป รพ. จับเข้าห้อง Xray ว่ากระดูกจะหักป่าว
เป็นบุญที่มีเนื้อเยอะหรืออ้วนไม่รู้
หมอบอกว่า ไม่มีอะไรหัก ขาแข็งแรงมาก
เพราะดูแผลแล้ว ข้อเท้าน่าจะหัก เพราะถูกทับหนัก
หมอล้างแผลให้ แล้วก็พันแผลให้เป็นมัมมี่เลย
ตอนนี้ขาระบม บวมเป่งเป็นขาช้างเลย
เดินก็ต้องเขยกๆ เอา
มานั่งคิดย้อนหลังนะ
ถ้ารถมันมาถอยทับฉันหนักกว่านี้
จนฉันลุกไม่ได้ แล้วรถถอยไปชนคน ชนบ้านคน
ไม่อยากจะคิดเลย สยองงงงงง
เล่าให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนขับเกียร์ออโต้
ว่า ให้ดูดีๆ และแน่ใจตอนจอดว่าเป็น P หรอ R
ยิ่งถ้าจะลงจากรถ โดยไม่ดับเครื่อง
ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
เหตุการณ์ครั้งนี้ ฉันโทษความประมาทของตัวเองจริงๆ
เฮ้อ........

ปล. ช่วงระหว่างที่ถูกรถทับขาแล้ว กับช่วงที่เงยหน้า เห็นรถถอยไปแล้ว4-5 เมตร
ช่วงเวลานั้น หายไปไหนหว่า...จำอะไรไม่ได้เลย เง็งจริงๆ (หรือเราแน่นิ่ง มึนอยู่)